ในเดือนมีนาคม BYD มียอดขายรถยนต์พลังงานใหม่ (NEVs คือ นับรวมทั้ง EV และ PHEV ทั้งหมด) 377,420 คัน ในจำนวนดังกล่าวเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคล 371,419 คันที่ (166,109 คันเป็นรถ EV และอีก 205,310 คันเป็นรถ PHEV) เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ซีรีส์ Dynasty และ Ocean ของ BYD มียอดขายรวม 350,615 คัน ในขณะที่แบรนด์หรู Denza ขายได้ 12,620 คัน Fang Cheng Bao ขายได้ 8,051 คัน และแบรนด์หรูพิเศษ Yangwang ขายได้อีก 133 คัน

ในช่วงสามเดือนแรกของปี 2025 BYD มียอดขาย NEVs ถึง 1,000,804 คัน (เพิ่มขึ้น 60% จาก 626,263 คันในไตรมาสแรกของปี 2024) แบ่งเป็นรถ EV จำนวน 416,388 คัน และ PHEV จำนวน 569,710 คัน เพิ่มขึ้น 39% และ 76% จากปีที่แล้วตามลำดับ

ยอดขายในต่างประเทศของ BYD สร้างสถิติใหม่ในเดือนมีนาคม ด้วยยอดขาย 72,723 คันในตลาดนอกประเทศจีน และในเดือนมกราคม-มีนาคม BYD มียอดขายรถ NEVs ในต่างประเทศมากกว่า 206,000 คัน (เพิ่มขึ้น 110% จากปีที่แล้ว)

ตามข้อมูลของ S&P Global Mobility คาดว่าในปีนี้ยอดขายของ BYD จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในยุโรปเป็นประมาณ 186,000 คัน และภายในปี 2029 ตัวเลขอาจสูงถึง 400,000 คันหรือมากกว่านั้น

BYD มียอดขายแซงหน้า Honda และ Nissan ในปี 2024 ปัจจุบันแบรนด์ตั้งเป้าที่จะขายรถยนต์ 5.5 ล้านคันในปีนี้ ซึ่งอาจจะสามารถจะแซงหน้า Ford ในยอดขายทั่วโลกในปีนี้ได้

นอกจากนี้ BYD ยังตั้งเป้าที่จะขายรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 800,000 คันในต่างประเทศในปี 2025 ซึ่งเป็นสองเท่าของจำนวนที่ขายในปีที่แล้ว

SOURCE