รัฐบาลยูเครนเตรียมหาทุนผ่านการขาย NFTs (non-fungible tokens) ที่อ้างอิงจากการไทม์ไลน์เหตุการณ์รัสเซียบุกยูเครน โดยรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลของยูเครนคือ Mykhailo Fedorov ได้ประกาศเปิดตัวคอลเลคชั่นดังกล่าวลงบนทวิตเตอร์พร้อมระบุข้อความว่า “ในขณะที่รัสเซียใช้รถถังในการทำลายยูเครน เรากำลังพึ่งพาเทคโนโลยีปฏิวัติโลกอย่างบล็อคเชน”
ซึ่งรายได้จากการขายคอลเลคชั่นทั้งหมดจะเข้าสู่กระทรวงดิจิทัลของยูเครนเพื่อนำไปสนับสนุนกองกำลังและพลเรือนชาวยูเครน
While Russia uses tanks to destroy Ukraine, we rely on revolutionary blockchain tech. @Meta_History_UA NFT-Museum is launched. The place to keep the memory of war. And the place to celebrate the Ukrainian identity and freedom. Check here: https://t.co/IrNV0w54tg
— Mykhailo Fedorov (@FedorovMykhailo) March 25, 2022
ชื่อคอลเลคชั่นดังกล่าวจะใช้ชื่อว่า “Meta History: Museum of War” คอลเลคชั่นดังกล่าวจะประกอบด้วยโทเคนที่ผลิตขึ้นจากทุก ๆ อย่างที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ภายในสงคราม และมี NFTs จำนวน 54 อันได้ถูกผลิตแล้ว โดยในจำนวนดังกล่าวจะประกอบด้วยเหตุการณ์ภายในสามวันแรกของช่วงสงครามในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ และจะถูกวางขายภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้โปรเจคบล็อคเชนดังกล่าวจะถูกวางขายบนเว็บไซต์ Fair.xyz
การผลิต NFT เป็นแผนที่ถูกดำเนินการแทนการแจก Airdrop แบบฟรี ๆ ในลักษณะของโทเคนให้แก่ผู้บริจาคคริปโทเคอเรนซี่ให้แก่ทางการยูเครน แต่เนื่องจาก airdrop ถูกปลอมแปลงโดยผู้หลอกลวงและไม่ใช่ทุกคนที่บริจาคคริปโทให้แก่ทางการยูเครนจะได้รับโทเคนเป็นของตอบแทน
อย่างไรก็ตามคริปโทเคอเรนซี่นั้นถูกใช้เป็นเครื่องมือของทั้งสองฝ่ายในความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน เพราะทางยูเครนสามารถหารายได้จากการบริจาคเงินสนับสนุนในรูปแบบของคริปโทเคอเรนซี่ได้มากถึง 54 ล้านUSD (ประมาณ1.81พันล้านบาท) และทางรัสเซียมีแผนใช้คริปโทเคอเรนซี่ที่มีมูลค่าสูงที่สุดในตลาดอย่างบิตคอยน์ในการเป็นสื่อกลางในการขายแก๊สธรรมชาติให้แก่ประเทศพันธมิตร